หมวกนิรภัยมีกี่ CLASS แต่ละ CLASS ใช้กับงานใดบ้าง

              
 
 
   
  หมวกนิรภัยมีกี่ CLASS แต่ละ CLASS ใช้กับงานใดบ้าง
 

 

 
มาตรฐานใหม่ ANSI Z 89.1-1997 มาตรฐานเดิม ANSI Z 98.1-1986

C CLASS G     เทียบเท่า     CLASS A
C CLASS E     เทียบเท่า     CLASS B
C CLASS C     เทียบเท่า     CLASS C


1. หมวกนิรภัยชั้นคุณภาพ ชั้น A ใช้ลดแรงกระแทกของวัตถุและอันตรายจากการสัมผัสกับตัวนำ ไฟฟ้าแรงต่ำ      สามารถทนแรงดันไฟฟ้าได้ 2200 โวลต์
2. หมวกนิรภัยชั้นคุณภาพ ชั้น B      ใช้ลดแรงกระแทกของวัตถุและอันตรายจากการสัมผัสกับตัวนำไฟฟ้าแรงสูงสามารถทนแรงดันไฟฟ้าได้      20000 โวลต์
3. หมวกนิรภัยชั้นคุณภาพ ชั้น C ใช้ลดแรงกระแทกของวัตถุแต่ไม่ลดอันตรายทางไฟฟ้า

อยากทราบว่าอุปกรณ์ SAFETY แต่ละประเภทมีสเปกหรือมาตรฐานหรือไม่ เช่นถุงมือยางต้องมีความหนาเท่าไรความยาวเท่าไร ทำจากอะไร และแต่ละยี่ห้อสามารถเทียบเคียงเปกกันได้ไหม

              
 
 
   
  อยากทราบว่าอุปกรณ์ SAFETY แต่ละประเภทมีสเปกหรือมาตรฐานหรือไม่ เช่นถุงมือยางต้องมีความหนาเท่าไรความยาวเท่าไร ทำจากอะไร และแต่ละยี่ห้อสามารถเทียบเคียงเปกกันได้ไหม
 

 

 
อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล หมาย ถึงวัสดุอุปกรณ์ที่สวมใส่ลงบนอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือหลาย ๆ ส่วนพร้อมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องอันตรายให้แก่อวัยวะส่วนนั้น ๆ โดยการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล มีหลักเบื้องต้นดังนี้

1. ใช้เพื่อป้องกันอันตรายจากสภาพและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
2. ลดหรือบรรเทาอันตรายลงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
3. ถือเป็นการควบคุมที่ตัวผู้ปฏิบัติงาน
4. เป็นทางเลือกท้ายสุด หลังจากที่มีการปรับปรุงแก้ไขสภาพแวดล้อมการทำงานแล้ว

ทั้งนี้ หลักทั่วไปในการเลือกใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย ได้แก่
1. ศึกษาสภาพของอันตรายในสิ่งแวดล้อมการทำงาน และความเสี่ยงในการสัมผัสอันตราย
2. ศึกษาคุณลักษณะของอุปกรณ์ฯ โดยพิจารณาถึง
- ประสิทธิภาพในการป้องกันอันตราย
- มีมาตรฐานรับรอง
- วิธีการใช้ง่าย สวมใส่สบาย และมีน้ำหนักเบา
- การบำรุงรักษาง่าย และมีความทนทาน
- มีราคาเหมาะสม

ประเภทของอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยฯ
- อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ
- อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและดวงตา
- อุปกรณ์ป้องกันระบบการได้ยิน
- อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจ
- อุปกรณ์ป้องกันมือและแขน
- อุปกรณ์ป้องกันลำตัว
- อุปกรณ์ป้องกันขาและเท้า

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของศีรษะ ได้แก่ หมวกนิรภัย ซึ่งช่วยป้องกันการกระแทก การเจาะทะลุ และกระแสไฟฟ้าตัวหมวกอาจทำด้วยวัสดุที่แตกต่างกันไป หมวกนิรภัย ชนิดถูกออกแบบให้ส่งผ่านแรงเฉลี่ยที่มากที่สุดได้ไม่เกิน 850 ปอนด์ ตัวหมวกและรองในหมวกต้องห่างภัยไม่ต่ำกว่า 3 ซม.

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- ประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ANSI, ISO, มอก.365-2533 (CLASS A,B,C)
- รูปลักษณะภายนอก ความสวยงาม
- ส่วนประกอบ เช่น สายรัดศีรษะที่ปรับได้ สายรัดคาง แบบบิดล็อค
- น้ำหนักเบา มีความสบายในการสวมใส่
- ดูแลรักษาง่าย และมีความทนทาน

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของใบหน้าและดวงตา ได้แก่ หน้ากาก กระบังหน้า ครอบตานิรภัย และแว่นตานิรภัย ซึ่งใช้ป้องกันวัตถุหรือของเหลวกระเด็นเข้าตา ป้องกันแสงจ้า รังสีอุลตร้าไวโอเลต และความร้อน สำหรับการทำงานในลักษณะของงานที่อาจเป็นอันตรายแก่สายตาและใบหน้า

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- ประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ANSIZ 87.1, ISO, , EN 166:1995
-แผ่นกระบังหน้า หน้ากากเชื่อม EN 175 1997,EN 173 1
- ความพอดีกับใบหน้า ไม่บดบังสายตา
- น้ำหนักเบา มีความสบายในการสวมใส่
- ทนทานต่อความร้อน การกัดกร่อนของสารเคมี

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของระบบการได้ยิน ได้แก่
1) ที่อุดหู (Ear plugs) ใช้อุดหูทั้งสองข้าง โดยสอดใส่เข้าไปในช่องหู ออกแบบให้มีขนาดพอเหมาะกับรูหู จะมีผลในการป้องกันเสียงมาก วัสดุที่ใช้ทำนั้น มีหลายชนิด เข่น พลาสติกอ่อน ยาง สำลี ชนิดที่ทำจากยางและพลาสติกใช้มากที่สุด และ
2) ครอบหู (Ear muffs) เป็นเครื่องป้องกันเสียงชนิดครอบใบหูทั้งสองข้าง บางชนิดมีลำโพงสำหรับใช้พูดติดต่อกันได้ในสถานที่มีเสียงดัง อุปกรณ์ทั้งสองประเภทจะช่วยลดระดับเสียงที่ได้ยิน ซึ่งดังเกินมาตรฐานให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- ประสิทธิภาพตามมาตรฐาน CE EN352 ,ANSI 53.19-1974 , ANSIS12.6-1984
- ประสิทธิภาพในการลดเสียง (ค่า Noise Reduction Rate; NRR)
- ความง่ายและสะดวกในการใช้งาน
- ทำจากวัสดุที่เหมาะสม มีความสบายขณะสวมใส่
- ไม่กีดขวางอุปกรณ์ที่สวมใส่อื่น ๆ

 

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของระบบการหายใจ

ได้แก่ หน้ากากกันสารเคมีแบบต่าง ๆ ซึ่งใช้ป้องกันหรือลดความเข้มข้นของสารเคมีที่หายใจเข้าสู่ร่างกาย ให้อยู่ในระดับที่เชื่อว่าไม่ก่อให้เกิดอันตราย นอกจากนี้ยังอาจหมายความรวมถึงอุปกรณ์ช่วยหายใจ เช่น

1) ชนิดเป็นถุงอากาศช่วยในการหายใจ อุปกรณ์นี้เหมาะจะใช้กับบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารเคมีเป็นพิษสูง ที่มีไอน้ำหนาแน่น หรือในที่ขาดออกซิเจน
2) หน้ากากที่มีเครื่องเป่าอากาศ ชนิดนี้จะใช้ได้ดีในลักษณะงานที่ทำในที่อับทึบ อุโมงค์ ท่อขนาดใหญ่งานประมาณนี้จะออกซิเจนไม่เพียงพอหรือมีสารเคมีอันตราย
3) เครื่องเป่าอากาศ (Blower) ทำหน้าที่เป่าอากาศเข้ามา ท่อส่งอากาศปกติจะยาวไม่เกิน 150 ฟุต ต่อเข้ากับหน้ากาก
4) หน้ากากใช้กรองสารเคมี อุปกรณ์ชนิดนี้ประกอบด้วยหน้ากากปิดครึ่งใบหน้า มีที่กรองอากาศติดอยู่ที่บริเวณจมูก 1-2 อัน ทำหน้าที่กำจัดไอหรือก๊าซพิษที่จะหายใจเข้าไป
5) หน้ากากกันฝุ่น จะใช้ป้องกันฝุ่นแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะ หน้ากากอาจเป็นแบบครอบจมูกที่ทำด้วยใยสังเคราะห์ หรือเป็นแบบทำด้วยยาง หรือพลาสติก ปิดจมูกโดยมีแผ่นกรองบาง ๆ เป็นตัวจับฝุ่นเอาไว้ไม่ให้เข้าไปกับอากาศ ที่ผ่านเข้าไป

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- เลือกให้ถูกประเภท เหมาะสมกับชนิดของสารเคมีที่ป้องกัน
- ประสิทธิภาพตามมาตรฐาน NIOSH 42 CFR 48, ISO, มอก.,NFPA
- มีความพอดี กระชับ สวมได้แนบสนิทกับใบหน้า
- น้ำหนักเบา มีความสบายในการสวมใส่
- ไม่เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนัง

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของมือและแขน ได้แก่ ถุงมือชนิดต่าง ๆ ซึ่งใช้ป้องกันสารเคมี ความร้อน ไฟฟ้า และของมีคม โดยขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ปฏิบัติ ซึ่งโดยทั่วไปอาจเป็นแบบที่ทำด้วยผ้า สำหรับงานที่เกี่ยวกับวัตถุที่คมและความร้อน อาจเป็นถุงมือหนังหรือทำด้วยตาข่ายโลหะก็จะต้องกันคมได้ดี หากเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี อาจเป็นถุงมือยางหรือ วัสดุสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติกันสารเคมีนั้น ๆ ได้

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- เลือกชนิดให้เหมาะสมกับสภาพอันตรายที่จะป้องกัน
- ประสิทธิภาพในการป้องกันได้มาตรฐาน EN ,มอก., NFPA, ตามลักษณะของงาน เช่น อาหาร ความร้อน สารเคมี ความเย็น
- สะดวกสบายขณะสวมใส่ ไม่เกกะ หรือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน
- ทำความสะอาด และดูแลรักษาง่าย

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของลำตัว ได้แก่ ชุดป้องกันต่าง ๆ ซึ่งช่วยป้องกันอันตรายเฉพาะงาน เช่น ชุดป้องกันความร้อน ป้องกันสารเคมี ป้องกันไฟฟ้า และป้องกันรังสี โดยชุดป้องกันอันตรายนี้ อาจเป็นเสื้อหนังหรือแผ่นหนังปิดหน้าอก เป็นชุดที่จะป้องกันร่างกายไม่ให้สัมผัสการแผ่ความร้อนที่เกิดจากโลหะถูกเผาและการรับรังสีอินฟราเรดและอุลตราไวโอเลต หรือเป็นชุดที่ทนทานต่อสารเคมีต่าง ๆ

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- ประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ANSI, ISO, มอก.,EN, NFPA
- เหมาะสมกับสภาพอันตรายที่ป้องกัน และลักษณะงาน
- มีความสบายในการสวมใส่ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของขาและเท้า ได้แก่ รองเท้านิรภัย ซึ่งช่วยป้องกันการกระแทก วัตถุทับหรือทิ่มแทง
ป้องกันสารเคมี ความร้อน ไฟฟ้าและป้องกันการลื่นล้ม ซึ่งอาจจะเป็นรองเท้าธรรมดา ใส่เครื่องป้องกันครอบลง
ไปหน้ารองเท้า ควรจะรับน้ำหนักได้ 2500 ปอนด์ และแรงกระแทก 50 ปอนด์ รองเท้านิรภัยจะมีโลหะป้องกัน
ที่หัวรองเท้า อยู่ที่หัวรองเท้าอยู่ข้างในใช้ในงานที่มีการเคลื่อนย้ายวัตถุที่หนัก

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- ประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ANSI, ISO, มอก. ,EN
- ความเหมาะสมกับลักษณะงาน
- น้ำหนักเบา มีความสบายในการสวมใส่
- รูปลักษณะภายนอก ความทนทาน


เวลาที่ไม่ได้รับความสะดวกจากบริษัทจะทำอย่างไรได้บ้าง ?

              

 
 
   
  เวลาที่ไม่ได้รับความสะดวกจากบริษัทจะทำอย่างไรได้บ้าง
 

 

 

1 เขียนสิ่งที่ไม่ได้รับความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริการ หรือ ทุกๆ เรื่องที่ไม่ได้รับ

    ความสะดวกของทุกสาขาลงในใบรับข้อร้องเรียนของลูกค้า แล้วส่งกลับมาที่แผนก

    รับข้อร้องเรียนของลูกค้า หรือส่ง E-MAIL มาที่บริษัทตามในเว็บไซด์เลยก็ได้

2 จะโทรเข้ามาแจ้งที่บริษัทเลยก็ได้ โดยโทรเข้ามาแล้วขอสายแผนกรับข้อร้องเรียน

    ของลูกค้า

3 เมื่อได้รับข้อร้องเรียนของลูกค้าแล้ว ทางแผนกรับข้อร้องเรียนของลูกค้า จะดำเนินการ

    ตามขั้นตอนของการจัดการกับข้อร้องเรียนของลูกค้า ตามระบบ  ISO 9001:2008 แล้ว

    จะแจ้งผลของการจัดการกับข้อร้องเรียนของลูกค้า ให้ลูกค้ารับทราบผลภายในเวลา

     ไม่เกิน 5 วันทำงาน





                     


บริษัท เซลิก้า อินเตอร์เทรด จำกัด  Celica Intertrade Co.,Ltd.   

22 Soi Chaloem Phrakiat R.9 Soi 12, Nongbon , Praves, Bangkok 10250

Tel. (0) 2747 0044 , 09-2747-0044 Fax. (0) 2747-0404-05

 
    
view